RFID เทคโนโลยีช่วยบริหารการผลิต ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ภายใต้แนวความคิดร่วมกับ IoT

เทคโนโลยีสำหรับติดตาม (Tracking) สินค้า วัสดุ หรือผลิตภัณฑ์นั้นมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกยุคปัจจุบันที่เครื่องมือและอุปกรณ์ทุกอย่างล้วนเชื่อมต่อและสื่อสารระหว่างกัน ภายใต้กรอบของแนวคิด ‘Internet of Things: IoT’ ซึ่งการทำงานของเทคโนโลยีอย่าง Radio Frequency Identification หรือที่หลายๆ คนคุ้นเคยในชื่อ ‘RFID’ นั้นถือเป็นแขนขาของ IoT ที่มีบทบาทสำคัญในการตรวจจับและรับ-ส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้เป็นอย่างดี นับเป็นส่วนการทำงานของระบบเซ็นเซอร์ที่รับ-ส่งข้อมูลอันเป็นพื้นฐานหรือข้อมูลเบื้องต้นภายใต้แนวคิด IoT ที่จำเป็นที่สุดสำหรับการเฝ้าติดตามและตรวจสอบ ด้วยการประยุกต์ใช้กับระบบการทำงานอัตโนมัติและ IoT ซึ่งทำให้สามารถยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยมากขึ้น

IOT คืออะไร?

Internet of Things (IoT) คือการพัฒนาอุปกรณ์เทคโนโลยี ที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลพร้อมสั่งงานควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่านเครือข่ายด้วยอินเทอร์เน็ตได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้ง IoT ยังถูกนำไปใช้งานในกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ โดยแนวความคิด IoT มาพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยี RFID ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น กลายมาเป็นคำว่า Smart ไม่ว่าจะเป็น Smart Device, Smart Grid, Smart Network, Smart Intelligent transprtation ซึ่งบรรดาสิ่งเหล่านั้นได้มีการฝังเทคโนโลยี RFID เข้าไป ที่เปรียบเสมือน ID หรือสมองนั่นเอง ซึ่งเห็นได้ชัดว่า Internet of Things (IoT) คือบทบาทสำคัญในปัจจุบัน

RFID คืออะไร?

RFID คือ เทคโนโลยีรูปแบบหนึ่งที่ใช้ระบุข้อมูลหรือยืนยันสินค้า (Tag) สำหรับกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่มีการนำมาประยุกต์ใช้งานมากที่สุดประเภทหนึ่ง นอกเหนือจากเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น Barcode, QR code, NFC ซึ่งแต่ละรูปแบบมีความเหมาะสมในการใช้งานแตกต่างกันไป

หน้าที่ของ RFID คือ การระบุตัวตนอัตโนมัติและเป็นการจัดเก็บข้อมูล หรือ Automatic Identification and Data Capture (AIDC) และป้อนข้อมูลเหล่านั้นเข้าสู่ระบบ ซึ่งประกอบด้วย RFID Tag หรือ Smart Label, RFID Reader และตัวรับสัญญาณ RFID Tag

การใช้งาน RFID ที่สามารถพบเห็นได้บ่อยครั้งในการดำเนินชีวิตประจำวัน ได้แก่ RFID ที่ติดไว้กับเสื้อผ้าในร้าน ซึ่งหากนำออกไปโดยไม่มีการจัดการที่ถูกต้อง เมื่อตัวปล่อยสัญญาณเดินทางผ่านระยะเซนเซอร์ที่กำหนดจะเกิดเสียงดังขึ้นมา หรือการใช้งานกับกุญแจรถยนต์ในการล็อครถก็เช่นกัน

RFID กับการเสริมประสิทธิภาพกำลังการผลิต

เทคโนโลยี RFID ที่ถูกนำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม เป็นการใช้เพื่อยืนยันตัวตนหรือใช้ในการติดตามระบุตำแหน่ง โดยมีบทบาทเป็นเครื่องมือสนับสนุนการทำงานของกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม โดย RFID สามารถบรรจุข้อมูลสำหรับการทำงานได้ดีกว่า Barcode จึงสามารถลดการเกิดความผิดพลาดจากการปฏิบัติงานของมนุษย์ เพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการทำงาน ทั้งยังช่วยในการป้อนข้อมูลเพื่อยืนยันสถานะและตำแหน่งของสินค้าหรือวัตถุดิบ เพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน และที่สำคัญที่สุด คือ ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อเครือข่ายตลอดเวลาเพื่อทำงาน

อาจกล่าวได้ว่า RFID เป็นเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมการผลิตที่สามารถจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถตรวจสอบข้อมูลการผลิตและส่วนที่เกี่ยวข้องย้อนหลังได้ เป็นประโยชน์ในการดำเนินกระบวนการตรวจสอบย้อนหลัง รวมถึงลดระยะเวลาในการทำงานได้อย่างมาก